ทีมเวิร์ค!! มีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการเอาชนะทีมคู่แข่ง

การที่สโมสรของเรานั้นต้องการที่จะเอาชนะทีมคู่แข่งได้นั้น สิ่งสำคัญของการเอาชนะในการกีฬาที่เรียกว่า ฟุตบอล คุณคิดว่าควรมีอะไรกันบ้าง ส่วนตัวผมแล้ว 1.ทักษะและความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ 2.มีผู้เล่นระดับเทพอยู่ในทีมอย่างคับคลั่ง 3.มีผู้รักษาประตูที่เหนียวหนึบ ตัวอย่างที่ผมได้เขียนไปใน 3 ข้อนี่ มันก็มีส่วนนะครับ แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการที่ทีมของคุณจะเอาชนะคู่แข่งได้นั้น ผมว่า “ทีมเวิร์ค” คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการกีฬาฟุตบอลแล้วละครับ เพราะถ้าทีมของคุณยังไม่สามารถรวมกันเป็นอัน 1 อันเดียวภายใต้โลโก้สโมสรที่คุณอยู่แล้วละก็ คุณก็คงจะไม่สามารถที่จะไปเอาชนะใครเขาได้อย่างแน่นอน ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นภาพได้ดีที่สุดนั้นก็คงต้องย้อนกับไปยัง แมตช์ที่ “นิวคลาสเซิล” เปิดบ้านพบกับ “แอสตันวินล่า”  ซึ่งในเกมดังกล่าว นักเตะของเจ้าบ้านอย่าง “ รีโบวเยอร์” ไม่รู้ว่าพี่แกไปกินอะไรมา เดินดุ่มๆเข้าไปหาเรื่อง “ดายเออร์” แล้วได้เกิดการชกต่อยกัน แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนต้องเกิดอาการช็อค นั้นก็คือ “ รีโบวเยอร์” และ “ดายเออร์” นั้นคือ นักเตะสโมสรเดียวกัน จนนักเตะทีมคู่แข่งต้องพากันมาช่วยแยกทั้งคู่ออกเพื่อไม่ให้มีเรื่องมีราวกัน จนในที่สุดเหตุการณ์ก็ยุติลง หลังผู้ตัดสิน ควักใบแดงไล่ทั้งคู่ออกจากสนามให้ไปนั่งสงบสติอารมณ์นอกสนาม โดยที่ผลบอลในคู่นั้นจบลงที่ “นิวคลาสเซิล” เป็นฝ่ายแพ้ “แอสตันวินล่า”  ไปด้วยสกอร์ 3 ประต่อ 0   นักพนันบอลที่สนใจอยากที่จะได้เงินก็หาทีมเหล่านี้เอาไว้นะครับ “ทีมเวิร์ค” ไม่มี ชัยชนะไม่มีทางบังเกิด แน่นอน

อ่านข่าว

30up!! ยังแจ่มอยู่เลย ไร้ค่าตัวได้มาก็โคตรคุ้ม

  กีฬาฟุตบอลถือเป็นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะลีลาความสามารถเฉพาะตัว การรวมใจกันเล่นเป็นทีม ใช้ร่างกายที่แข็งแกร่ง เพราะในการแข่งขันฟุตบอล เอาอย่างต่ำสุดถ้าคุณไม่ได้เป็นผู้เล่นที่โคตรกากในการแข่งขันแมตซ์นั้น คุณก็ต้องใช้เวลาอยู่ในสนามถึง 90 นาที ถ้าเป็นเกมรายการบอลถ้วยก็อาจมีต่อเวลายาวกันไปถึง 120 นาที นักฟุตบอลจึงต้องตรวจร่างกาย ว่าผ่านความฟิตหรือไม่ฟิตก่อนที่จะมีการแข่งขัน  คุณลองคิดขำๆเล่นๆว่า ถ้าผู้จัดการทีมวางเดิมพันพนันบอลทีมของตัวเองเอาไว้ ว่าผลการแข่งขันที่ออกมาคือทีมของตน เอาชนะคู่แข่งแบบที่ถล่มเละเทะ  แล้วโค๊ชที่ไหนจะบ้าบอคอแตก ส่งนักเตะที่ร่างกายไม่ฟิตลงมาเล่น ถ้ามีก็คงล้มบอลแล้วละครับ วันนี้ผมมีนักฟุตบอลที่อายุ 30 ขึ้น แถมยังเป็นนักเตะที่กำลังจะหมดสัญญากับสโมสรอีกด้วย  มาฝากกัน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) อายุ 35 ใครจะเชื่อว่า The God ซลาตัน จะอายุอานามปาไป 35 ปีแล้ว เพราะดูจากพร้อมในฤดูการที่ผ่านมา แกกดตุงไปทั้งสิ้น 26 ช่วยให้ทีมปีศาจแดง ได้ชูถ้วยยูฟ่า ยูโรป้าลีก เป็นสมัยแรก  The God ในฤดูกาลนี้ได้ต่อสัญญากับ แมนยู อีก 1 ปี ทำให้เมื่อจบซีซั่น 2017-2018  ซลาตัน  จะกลายเป็นผู้เล่นไร้ต้นสังกัดไปตามกฏระเบียบ   เจอร์เมน เดโฟ (ซันเดอร์แลนด์) อายุ 34 ดาวซัลโวของสโมสร ซันเดอร์แลนด์ ในฤดูกาลก่อน เป็นใครจะเชื่อว่า จะเป็นนักเตะที่มีอายุอานามกดไป 34 ปี แล้วอย่างอดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ “เจอร์เมน เดโฟ” โดยที่ เดโฟ ในฤดูกาลก่อนเขาถล่มประตูได้ถึง 15 ประตู ซึ่งในฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่ เดโฟ จะเป็นนักเตะของซันเดอร์แลนด์ ซึ่งถ้าเขากลายมาเป็นนักเตะไร้สังกัด คงจะต้องมีหลายต่อหลายทีมให้ความสนใจเขาแน่นอน

อ่านข่าว

นักฟุตบอลที่ทำประตูคู่แข่งได้มากเป็น อันดับ 1 ไม่ใช่เปเล่ รู้รึยัง

นักฟุตบอลที่ทำประตูคู่แข่งได้มากเป็น อันดับ 1 ไม่ใช่เปเล่ รู้รึยัง การทำประตูคู่แข่งในวงการฟุตบอลเป็นคุณสมบัติที่บรรดายอดกองหน้าของแต่ละสโมสรจำเป็นที่จะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อพาให้สโมสรหรือทีมชาติของตนได้รับชัยชนะ  จากการทำประตูของผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้า แต่ถ้ามองในส่วนของวงการพนันบอล เซี่ยนพนันบอลที่ชื่นชอบการเล่นบอลต่อ ก่อนที่นักพนันจะทำการวางเดิมพันแก่สโมสรใดสโมสรหนึ่ง ก็จำเป็นที่จะต้องดูรายชื่อนักเตะที่จะได้ลงสนามในการแข่งขันนัดนั้น ถ้ายอดกองหน้าที่มีสถิติการทำประตูหรือจบสกอร์ยอดเยี่ยมได้ลงก็จะรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจในการแทงบอลมากยิ่งขึ้น จากสถิติการทำประตูมากที่สุดในโลกของนักฟุตบอล อย่างที่เราได้รู้กันดีว่า เจ้าของฉายาไข่มุกดำแห่งบราซิลอย่าง “เปเล่” นั้นเป็นผู้เล่นที่ “กินเนสบุ๊ค” ได้จารึกเอาไว้ว่าเป็นนักเตะที่สามารถทำประตูคู่แข่งได้มากที่สุดในโลก คือ 1283 ประตู  แต่แท้จริงแล้ว ผู้เล่นที่สามารถทำประตูคู่แข้งได้มากที่สุดตลอดอาชีพการค้าแข้งนั้น ไม่ใช่อย่างที่ กินเนสบุ๊ค ได้จารึกเอาไว้ แต่เป็นของ “โจเซฟ บิสคาน” อดีตยอดกองหน้าของประเทศออสเตรีย ที่ทำประตูคู่แข้งไปทั้งสิ้น 1468 ประตู จากการลงเล่นให้ทีมไปทั้งหมด 918 เกมด้วยกัน  เฉลี่ยแล้ว “โจเซฟ บิสคาน” สามารถทำประตูได้ถึง 1.5 ประตูต่อนัดการแข่งขันที่เข้าลงเตะเลยทีเดียว  โคตรจะสุดยอดไปเลย ผมว่าต่อให้  CR7หรือเอเลี่ยน เมสซี่ 2 นักบอลแห่งยุคปัจจุบันนี้ เอาประตูที่ทำได้มารวมกันก็คงจะไม่เท่าผู้ชายที่มีนามว่า “โจเซฟ บิสคาน” คุณว่าไหม

อ่านข่าว

นักฟุตบอลที่จงรักพักดีต่อสโมสร ที่มีข่าวย้ายทีมแต่ไม่ย้าย 

นักฟุตบอลที่จงรักพักดีต่อสโมสร ที่มีข่าวย้ายทีมแต่ไม่ย้าย  ในวงการฟุตบอลอย่างที่เราได้รู้กันดี นอกจากเกมการแข่งขัน 90 นาทีแล้ว เลือกนอกสนามฟุตบอลอย่างการซื้อ-ขายนักเตะก็ถือว่าเป็นศึกนอกสนามที่สนุกและดุเดือดไม่ต่างกันกับเรื่องการแข่งขันภายในสนาม แห่งข่าวแต่ละสำนักพากันเล่นข่าวจริงข่าวหลอก เพื่อสร้างกระแสให้กับนักพนัน ฟังดูแล้วพวกข่าวการย้ายทีมของเหล่าบรรดานักเตะระดับโลกที่สื่อได้ประโคมกันออกมาให้เสพ มันก็เหมือนกลลวงที่ค่อยให้นักพนันบอลมาติดกับดัก เพราะในบ้างครั้งข่าวที่ได้ออกมา ทางนักฟุตบอลเจ้าของข่าวที่สื่อได้เล่นข่าวไปนั้น คงนอนแอบยิ้มอยู่ที่บ้านอย่างมีความสุขแถมหัวเราะลั่นบ้านว่า รวยกันอีกแล้วพวกบริษัทรับพนันบอล เพราะเจ้าของข่าวยังไม่มีความคิดที่จะย้ายสโมสรอะไรทั้งนั้น วันนี้ผมจะพามารู้จักกับนักฟุตบอลที่มีข่าวย้ายทีมแต่สุดท้ายอยู่กับทีมจนตัวเองแขวนสตั๊ด   ฟรานเชสโก้ ต็อดติ (โรม่า) “โรม่า คือ สโมสรที่ผมไฝ่ฝันที่จะลงเล่นให้มาตลอด แล้วผมจะทรยศสโมสรและตัวผมเองได้อย่างไร” นี่คือคำกล่าวของผู้ที่สโมสร “โรม่า” ยกย่องให้เป็นตำนานของสโมสร เจ้าชายหมาป่า “ฟรานเชสโก้ ต็อดติ” ต็อดติลงเล่นให้แก่หมาป่าแห่งกรุงโรมไปทั้งหมด 702 นัด ก่อนที่ปัจจุบันนี้จะได้ทำการแขวนสตั๊ดไปเป็นที่เรียบร้อย ต็อตติ เป็นยอดกัปตันทีมของสโมสร โรม่าและทีมชาติอิตาลี ด้วยความสุดยอดของเขาในอดีตนั้น ทำให้หลายต่อหลายสโมสรให้ความสนใจในตัวเขา ไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, อินเตอร์มิลาน, เอซี มิลาน, รวมไปถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ดีลที่ทำให้แฟนพนันบอลหัวร้อนไปตามๆกันนั้น คือดีลที่ “เรอัล มาดริด” ยื่นข้อเสนอให้แก่ “โรม่า” จนทุกคนคิดไปตามๆกันว่า จากเจ้าชายหมาป่า จะต้องกลายมาเป็น เจ้าชายชุดขาว กันทั่วทั้งโลก นักพนันบอลต่างพากันวางเดิมพันว่า ต็อตติ นั้นจะต้องกลายมาเป็นนักเตะของชุดขาว แต่บทสรุปสุดท้ายนั้นก็ ต็อตติ ได้ออกมาพูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า “โรม่า คือ สโมสรที่ผมไฝ่ฝันที่จะลงเล่นให้มาตลอด แล้วผมจะทรยศสโมสรและตัวผมเองได้อย่างไร”

อ่านข่าว

สุดยอด!! ซุปเปอร์ซับ ของวงการลูกหนังโลก

สุดยอด!! ซุปเปอร์ซับ ของวงการลูกหนังโลก นักฟุตบอลส่วนใหญ่ในโลก คงไม่มีนักเตะคนไหนที่เต็มใจจะเป็นเพียงผู้เล่นตัวสำรองของเพื่อนร่วมสโมสร

อ่านข่าว